
Twilight : แวมไพร์ ทไวไลท์
Genres:Drama, Romance, Thriller and Teen
Running Time:
Release Date:November 21st, 2008 (wide)
MPAA Rating:PG-13 for some violence and a scene of sensuality.
Distributors:Summit Entertainment, LLC, Paramount Pictures
U.S. Box Office:
Starring:Kristen Stewart, Robert Pattinson, Taylor Lautner, Sarah Clarke, Peter Facinelli
Directed by:Catherine Hardwicke

|
|
จากความสงสัยในตัวของ Twilight ที่ทั้งยอดขายของหนังสือนัั้นถล่มทลายมานานมาแล้วไม่ใช่แค่เล่มแรกแต่ยังถึงเล่มต่อๆมาของหนังสือเล่มนี้ และ ยังส่งผลต่อทุกอย่างที่เป็นส่วนต่อขยายยอดทั้งภาพยนต์อย่าง Twilight : แวมไพร์ ทไวไลท์ ที่เปิดตัวที่อเมริกาไปแล้วพร้อมทะยานเข้าวู่อันดับหนึ่งของบ็อกออฟฟิส อย่างไม่พลาดเป้า โดยก่อนหน้านั้นอัลบั้มเพลงประกอบก็ได้เปิดตัวบนอันดับ 1 ของชาร์ตบิลบอร์ดประเภทอัลบั้ม
ต้องออกตัวก่อนว่าสำหรับเรื่องนี้นั้นผมยังไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน เพราะฉะนั้นจะเป็นความรู้สึกที่มีต่อภาพยนต์โดยตรงที่ไม่มีการเปรียบเทียบ(แต่ต้องยอมรับว่าเพราะมาตรฐานอันสูงของ ปีเตอร์แจ็คสันทีีทำไว้กับ The Lord Of The Rings นั้นทำให้การแปลงจากวรรณกรรมเยาวชน สู่ภาพยนต์เรื่องต่อๆมาภายหลังนั้น สามารถเห็นได้ชัดว่า การแปลงบทนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่เดียวที่จะแปลงให้ดี และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างรวมถึงผู้ที่อ่านวรรณกรรมเหล่านั้นมาแล้ว)

Twilight : แวมไพร์ ทไวไลท์ ทำให้นึกถึง แฮรี่ร์ พอตเตอร์ในภาคแรกๆ คือ การดำเนินเรื่องนั้นค่องข้างเรียบและนิ่ง จนถึงบางครั้งดูยื้ดเยื้อในบางช่วงตอน ไม่แน่ใจว่าเพราะการที่ต้องคงอารมณ์ของตัวหนังสือไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่ ทำให้บางครั้งในการต่อเนื่องของอารมณ์ และ ฉากต่างๆนั้นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรื่องๆ นี้ในขณะเดียวกันการขับเน้นของ ครอบครัว คัลเลน ที่เป็นแวมไพร์ต นั้นด้วยการแต่งหน้าที่ขาวจนชนิทที่เรียกว่า ไวท์เทนนิ่งบ้านเรานั้นคงต้องยอมแพ้แน่นอน เข้าใจว่า ครอบครัว คัลเลน นั้นเป็นแวมไพร์ต แต่สิ่งที่เขาต่างจากตัวละครอื่นๆ ในเรื่องนั้นเป็นแค่สิ่งที่พวกเขาเป็น แค่นั้นนอกนั้นเขาก็ใช้ชีวิตประจำวันคล้ายๆ กับตัวละครอื่นๆ ในเรื่องแค่นั้นเอง สำหรับ 2 นักแสดงนำอย่าง โรเบิร์ต แพ๊ตทินสัน รับบท เอ็ดเวิร์ด แอนโธนี่ มาเซน โดยความคิดส่วนตัวแล้วถือว่าช่วงจังหวะของเขาค่อนข้างดีที่เดียว หลังจากเปิดตัวกับ Harry Potter and the Goblet of Fire แล้วก็มาต่อกับเรื่องนี้ กับการแสดงที่เป็นตัวขับเน้นเรื่องราวทั้งหมดให้ดำเนินไปนั้น หากเทียบกับ คริสเทน สจ๊วต ที่รับบท อิซาเบลล่า มาเรีย สวาน แล้ว คริสเทน สจ๊วต สามารถทำให้ผมรู้สึกว่าเธอคือ เบลล่า ตัวละครในเรื่องนี้ได้จริงๆ มากกว่า สิ่งหนึ่งที่ประทับใจสำหรับเรื่งนี้ก็คือ การใช้ประโยชน์ของสถานที่ถ่ายทำได้อย่างคุ้มค่า และ เมื่อรวมกับมุมกล้องที่สวยทำให้ฉากบางฉาก อย่าง ฉากบนยอดต้นสนนั้นออกมาอย่างสวยงามมากเลยทีเดียว ก่อนที่เรื่องจะดำเนินอย่างกระชับและฉับไวเพื่อดำเนินเข้าสู่ช่วงหลังที่เป็นเรื่องของการแข่งขันกับเวลา และกลับเข้ามาสู่บทจบในภาคแรกที่มีการเกริ่นสู่ภาคต่อไป
ก่อนไปชมภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับรู้ข่าวสารมาว่า Twilight : แวมไพร์ ทไวไลท์ นั้นทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า ฮอลลีวู้ดนั้นอาจมีการทำตลาดหนังวัยรุ่นของผู้หญิงมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นมักจะเป็นตลาดของวัยรุ่นชายมากกว่าทั้งแอ็กชั่น หรือ กีฬาต่างๆ ก็ตาม โดยข่าวล่าสุดนั้น ทาง ซัมมิทเองก็ไม่ได้รอช้า ได้ทำการติดต่อนักแสดงทั้งหมดไว้สำหรับภาคต่อแล้ว ที่ยังไม่รับปากคนเดียวเป็นเพียงผู้กำกับเท่านั้นที่รอขอดูนโยบายของการทำงานของค่ายซัมมิทเองก่อนว่า จะมีนโยบายอย่างไร
ขอขอบคุณ

|