

Angel & Demons
Genres:Thriller, Adaptation, Politics/Religion and Sequel
Running Time:
Release Date:May 15th, 2009 (wide)
MPAA Rating:PG-13 for sequences of violence, disturbing images and thematic material.
Distributors:Sony Pictures Entertainment
U.S. Box Office:
Starring:Tom Hanks, Ewan McGregor, Ayelet Zurer, Stellan Skarsgard, Pierfrancesco Favino, Nikolaj Lie Kaas, and Armin Mueller-Stahl
Directed by:Ron Howard

|
|
บรรยากาศงานเริ่มต้นจริงประมาณทุ่มครึ่ง แต่ผมไปถึงงานจริงๆสัก หกโมงครึ่งตอนแรกตั้งใจว่าจะเก็บบรรยากาศงานมาฝากกัน แต่พออกจากลิฟต์ ด้านซ้ายก็เป็นฉากหลังสำหรับถ่ายรูปแขกวีไอพี ที่มีพึ้นหลังเป็นชื่อของภาพยนต์ Angel & Demons ถัดไปเป็นที่ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่มาชมภาพยนต์ ส่วนด้านขวาคือ พื้นที่หลักสำหรับงานเปิดตัว โดยจะเป็น บูทของพาร์ทเนอร์ อาทิเช่น เอไอเอส / สก็อตต์ / อมรินทร์ และ ลานกว้างโดยจะมีเวทีอยู่บริเวณกึ่งกลาง ซ้ายขวาจะเป็นยกพื้นขึ้นมาข้างล่ะ 2 โดยจะมีภาพโปสเตอร์ที่เป็นตัวทีเซอร์รูปปั้นแต่ย้อมเป็นสีฟ้า และ เขียนธาตุทั้ง คือ Earth / Air / Fire / Water และ มีหนุ่มก้ามปูทีมีการเพ็นต์ลายยืนอยู่ก็เลยเดินเลี้ยวกลับออกมา [Y^Y]
ถึงเวลาสองทุ่มก็เข้าสู่โรงภาพยนต์ โดยเริ่มฉายจริงประมาณ สองทุ่มครึ่งกว่าๆ แต่ก็ยังมีคนที่อาจจะทำนาฬิกาตกหายเพราะแม้หนังจะฉายล่วงเลยไปครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังเดินเข้าโรงอย่างไม่ขาดสาย
  
จากวรรณกรรมกว่า 500 หน้าถ่ายทอดลงสู่แผ่นฟิลม์กว่า 2 ชั่วโมง หลังจากชมจบ ความรู้สึกนั้นแบ่งได้เป็น 2 ช่วงอารมณ์
1.หากไม่เคยอ่านมาก่อน ก็คือ ภาพยนต์แอ็คชั่นที่มีการ สอดแทรกความคิด และ เรื่องราวของศาสนาที่ต้องมาเผชิญกับการแก้แค้นขององค์กรลับในอดีตที่มีบาดหมางต่อกัน โดยมีตัวละครขับเคลื่อนหลัก คือ โรเบิร์ต แลงดอน และ วิตโตเรีย เวตรา โดยมีีฉากหลังเป็นนครวาติกัน ที่มีการเล่นอารมณ์กันเหมือนแมวจับหนู แต่ทว่าความตื่นเต้นนั้นถูกลดทอนไปอย่างน่าเสียดาย ตั้งแต่การเปิดเผยตัวของนักฆ่าที่เปิดเผยตัวให้เห็นหน้าตั้งแต่ตอนต้นอีกทั้งเหตุผลของการกระทำนั้นก็คลุมเคลือ และอีกปัญหาที่เห็นเด่นชัด คือการที่ตัวละครหลายๆตัวนั้นขาดเหตุผล ที่มาที่ไป และรวมไปถึงแรงจูงใจที่ขับดันให้กระทำในสิ่งที่รุนแรง รวมไปถึงบุคลิกที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับฐานะและบทบาทของตัวละคร(อาทิเช่น มอร์ตาติ) ผ่านการแสดงของนักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง ทอม แฮ็งก์มารับบทเป็น โรเบิร์ต แลงดอน
ผ่านงานสร้างที่เท่าที่ทราบมาว่ามีปัญหาในการถ่ายทำที่ไม่ได้รับอนุญาติให้การถ่ายทำในบางสถานที่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่างานในหลายฉากหลายส่วนนั้นทำได้อย่างดีเลยทีเดียว โดยส่วนตัวนั้นฉากที่ชื่นชอบมากที่สุด คือ ฉากระเบิดการอากาศของปฏิสสาร และแทนคำบรรยายในหนังสือได้อย่างชัดเจนตามภาพในคำบรรยายต้นฉบับทุกประการการเล่าเรื่องนั้นค่อนข้างจะเป็นไปอย่างกระชับ เพื่อที่จะควบคุมเวลาในการฉายทำให้เกิดปัญหาของย่อหน้าทีผ่านมาด้านบน
2.หากเคยอ่านหนังสือ และ ชม ดาร์วินชี โค๊ด มาแล้วคงไม่ยากแก่การคาดเดา ของการแนวทางนำเสนอของ แอนเจิ้ล แอนด์ เดม่อนได้ หากจะให้สรุปเป็นประโยคสั้นๆคงได้เป็นคำว่า ภาพยนต์ที่ได้รับแรงบัลดาลใจ จาก หนังสือ Angel & Demons
เพราะ หากว่าแก่นของเรื่องยังคงอยู่ โดยองค์ประกอบต่างๆนั้นถูกลดทอน ปรับตัด ตามความเหมาะสมของเวลาสองชั่วโมงก็จะเข้าใจ แตปัญหา คือ การที่แก่นยังคงอยู่แต่รายละเอียดปลีกย่อย ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของตัวละคร สถานที่ สาเหตุ เหตุผลของการกระทำของตัวละครต่างๆนั้นเป็นการกระทำที่มาจากการเพื่อหวังประโยชน์ของเพียงส่วนตัว(ทั้งนักฆ่า และ เดอะ คาเมอร์เลโญ) หากแต่ในหนังสือนั้น สิ่งที่ผลักดันกันคือ การยึดมั่น และ ทุ่มเทให้กับศาสนา(เดอะ คาเมอร์เลโญ) และได้รับทราบข้อมูลของ พระสันตะปาปา โดยปราศจากการหามูลเหตุที่แท้จริง จากความรัก นับถือที่กลับกลายเป็นความเกลียดชังและนำไปสู่ความแตกหักและการฆาตกรรมที่นำไปสู่การจบชีวิต (กรณีของ เดอะ คาเมอร์เลโญ และ พระสันตะปาปา) หรือในกรณีที่มาที่แท้จริงจากหนึ่งบุลคลขับเคลื่อนสู่ปัญหาระดับใหญ่ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว(ปัญหาของ คาเมอร์เลโญ ที่มีต่อแนวตวามคิดเรื่องศาสนา และ วิทยาศาสตร์ของประมุขศาสนาองค์ก่อน รวมไปถึงที่มาของตัว คาเมอร์เลโญเอง) โดยมีเดอะ อิลลูมินาติ มาเป็นส่วนเพิ่มเติมสีสรร และ สอดแทรกความรู้ และ รายละเอียดของเหล่าวิหาร และงานศิลปกรรมในวาติกัน
ตัวละครในเรื่องที่ดูจะเหมาะสม และ มีน้ำหนัก และสามารถแสดงให้ผู้ชมไม่สามารถคาดเดาว่าใครถูก หรือ ผิด ได้ดีที่สุดก็ตือ สเตลแลน สการ์สการ์ด (ผู้บังคับบัญชาการริทช์เตอร์) จวบจนถึงบทสุดท้ายของตัวละครตัวนี้ก็ยังทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น ในขณะที่ ยวน แม็คเกรเกอร์ (เดอะ คาเมอร์เลโญ) ที่ควรจะเป็นอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ กลับเป็น อ่อนโยน อ่อนแอ และ ไม่เด็ดขาด ตัวละครหลักอย่าง ทอม แฮงค์ (โรเบิร์ต แลงดอน) และ อาเยเล็ต ซูเรอร์ (วิตโตเรีย เวตรา) นั้นก็เป็นไปตามบทที่เป็นไปผลักดันเนื้อหาไปข้างหน้า น่าเสียดายที่บทนั้นไม่อาจใส่รายละเอียด ความรู้และความสามารถของตัวละครลงไป เพื่อให้รู้สึกถึงความสามารถของบุลคลทั้งสองที่สามารถเกื้อกูลกันในการแก้ปัญหาได้ ทำให้ตัวละครนั้นขาดมติ และ ความน่าเชื่อถือลงไป
ขอขอบคุณ

|