UP ปู่ซ่าบ้าพลัง
Genres: Action/Adventure, Comedy, Family and Animation
Running Time:
Release Date: May 29th, 2009
MPAA Rating:
Distributors: Buena Vista Pictures Distributioื
U.S. Box Office:
Starring: Edward Asner, Jordan Nagai, Christopher Plummer, John Ratzenberger , Paul Eiding
Directed by: Pete Docter
บทความต่อไปนี้ เปิดเผยถึงเนื้อเรื่อง และ บทของตัวละคร หากท่านยังไม่ได้ชมกรุณาพิจารณาก่อนอ่านบทความนี้
เป็นภาพยนต์อีกเรื่องของครึ่งปีแรกที่ให้ความประทับใจ และ ทึ้งกับบทของเนื้อเรื่องและเนื้อหาที่เข้ามาใกล้ตัวเรากว่าที่คิด หลังจากรอบหลายปีที่ผ่านมาล่าสุดนั้น พิกซ่าพาเราไปรู้จักโลกขแงการทำอาหารในเมืองหรูกับแรททาทูอิส พาพวกเราไปรวมรักษ์โลก และ ห่วงใยสิ่งแว้ดล้อมกับ วอลล์อี ซึ่งต้องยอมรับว่าที่หลายคนดู และ คล้องตามจนถึงกับเสียนำ้ตาให้ ก็ เพราะว่าปีนี้ พิกซ่า พาเราไปสัมผัสกับอีกแง่มุมหนึ่งที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น และวันหนึ่งเราก็ต้องก้าวไปสู่จุดนั้นนั้น คือ วัยชราในบันปลายของชีวิต
โดยในเนื้อหามีตัวละครไม่มากแต่ก็สามารถสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ และ มากมายแง่มุมที่สะท้อนให้แก่กันในแง่มุมที่งดงามและให้แง่คิด คาร์ล และ รัสเซล คือตัวละครหลักที่นอกจากมีวัยที่ต่างกันเหมือนอยู่คนละด้านของเส้นตรงที่เห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังมีมุมมอง ความคิดที่ต่างกันในขณะที่ คาร์ลนั้นผ่านวัย และ ประสบการณ์มามากมาย(อย่างที่เราเห็นจากในตอนต้นของภาพยนต์)จนถึงจุดที่ คาร์ล เลือกที่จะอยู่อย่างเงียบในบั้นปลายเพียงเดียวดาย เพราะสิ่งที่อยู่ข้างกายได้จากไปตลอดกาล ในขณะที่ รัสเซล คือเด็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้ และสนใจไปทุกอย่าง หากเพียงแต่เป็นโลกที่อยู่เพียงในหน้าหนังสือ แต่ รัสเซล ก็ยังไม่หยุดที่จะค้นหา แต่หากมองในมมหนึ่งแล้ว ทั้ง คาร์ล และ รัสเซล นั้นเป็นผู้ที่ขาดความรักจากคนที่ทั้งคู่ต้องการ (คาร์ลนั้นเมื่อคู่ชีวิตได้จากไปแล้ว คาร์ลเลือกที่จะอยู่กับสิ่งแว้ดล้อมที่เคยมีอดีต ความสุข ที่เคยทำกับภรรยา โดยตัดทิ้งของความสัมพันธ์กับคน และ โลกภายนอก ในขณะที่ รัสเซลนั้นพยายามที่จะสะสมเข็มกลัดความสามารถของลูกเสือนอกจากความภูมิใจของตัวเองแล้ว ยังทำให้พ่อของรัสเซลนั้นมีความภูมิใจในตัวของเขา
โดยในตัวภาพยนต์นั้นไม่ได้ลงลึกไปในจุดนี้ แต่ก็ทำให้เราเข้าใจได้ว่า พ่อ และ รัสเซลนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่จะได้พบกันในช่วงบางครั้งคราว) แต่สิ่งที่ทั้งคู่ได้พัฒนา และ สร้างความสัมพันธ์ รัสเซล ได้เรียนรู้ว่าในโลกของความจริงที่ไม่ใช่ในหนังสือนั้นมีหลายอย่างมากมาย อย่างความสัมพันธ์และความรับผิดชอบที่มีต่อเควิน การต่อสู้ให้ได้มาโดยไม่ยึดถือวิธีแม้จะไม่ถูกต้องของชาร์ลส์ เอฟ. มุนซ์ ในขนาดที่ คาร์ล ก็ได้เรียนรู้ที่จะเปิดรับความสัมพันธ์ของบุลคลจากคนรอบข้าง โดยไม่ยึดติดกับอดีต และ สิ่งของที่เคยมีความทรงจำ (ฉากที่คารล์พยายามที่จะทำให้บ้านกลับมาลอยได้อีกครั้งดพื่อตามไปช่วยเหลือ รัสเซล )
แต่ในเรื่องเดียวกัน แต่มองในอีกมุมหนึ่งในตัวละครที่วัยใกล้เคียงกันอย่าง คาร์ล และ ชาร์ลส์ เอฟ. มุนซ์ นั้นก็มีมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่ต่างกันคนละด้านของกระดานชีวิตเลยทีเดียว ในขณะที่ คาร์ล เลือกที่จะวางหน้าที่ การงาน สังคมรอบข้างและสิ่งต่างๆ และใช้เวลาที่มีอยู่กับริ้วรอยอดีตอย่างมีความสุขที่พึ่งจะมี ในขณะที่ ชาร์ลส์ เอฟ. มุนซ์ นั้นมีสิ่งที่ผลักดันให้เขาตกอยู่ในบ่วงของการยอมรับของสังคมจนไม่สามารถที่จะวาง และ ใช้ชีวิตอย่างที่คนในวัยเขาควรจะเป็น เมื่อถูกถอดถอนสถานะภาพ เมื่อไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์สิ่งที่เขาพบได้ จนเขาต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายเพื่อไล่ล่า เพื่อให้การยอมรับของสังคมกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของ คาร์ล และ ชาร์ลส์ เอฟ. มุนซ์ นั้นก็ยังมีมุมที่เหมือนกันในเรื่องของการยึดติด คาร์ล ยึดติดกับความทรงจำที่มีร่วมกันของเขาและภรรยา ในขณะที่ ชาร์ลส์ เอฟ. มุนซ์ นั้นยึดติดกับความสำเร็จที่เคยได้มา และเมื่อเสียไปก็ไม่สามารถที่จะยอมรับได้ สุดท้ายแล้วเมื่อถึงบทสุดท้ายอยู่ที่ใครจะเรียนรู้ ละวาง และ ปล่อยไป
สาเหตุที่อาจจะทำให้หลายคนโดนใจ จนเสียน้ำตาไปคงต้องยอมรับวางการวางเนื้อหาโครงเรื่องนั้นเริ่มที่การปูพื้นเรื่องราวของ คาร์ล ตั้งแต่ยังไม่รู้จักคำว่ารัก จนถึงวันที่สิ่งที่รักจากไป (น่าจะเป็นครั้งแรกที่พิกซ่าพูดถึงเรื่องความตาย หรือ การสูญเสีย ถึงแม้ว่าภาพที่สื่ออกมานั้นจะไม่ชัดเจน แต่แสงสี ดนตรี นั้นก็สามารถสื่ออกมาได้) ก่อนที่จะนำพาไปรู้จักกับ รัสเซล และ รวมออกไปผจญภัยด้วยกัน สู่บทสุดท้ายในการเรียนรู้ และ สิ่งที่ได้รับกลับมาของทั้งสองคน นอกจากโครงสร้างและการเล่าเรื่องแล้ว ต้องยอมรับว่าคนไทยในนั้นมีครอบครัวใหญ่ เราจึงสามารถซึมซับและเข้าใจอารมณ์ และ ความรู้สึกของตัวละครในเรื่อง ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตที่รวมไปถึงวันหนึ่งในอนาคต เราๆทั้งหลายก็ต้องไปยืนอยู่ ณ.ที่จุดเดียวกันกับ คาร์ล เช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณ