
The Twilight Saga | New Moon
Genres:Drama, Romance, Thriller, Adaptation, Sequel and Teen
Running Time:
Release Date:November 20th, 2009 (wide)
MPAA Rating:
Distributors:Summit Entertainment, LLC
U.S. Box Office:$33,627,598
Starring:Kristen Stewart, Robert Pattinson, Taylor Lautner, Dakota Fanning, Chaske Spencer
Directed by:Chris Weitz

|
|
บทความต่อไปนี้ เปิดเผยถึงเนื้อเรื่อง และ บทของตัวละคร หากท่านยังไม่ได้ชมกรุณาพิจารณาก่อนอ่านบทความนี้
จาก Twilight : แวมไพร์ ทไวไลท์ จนกระทั่งถึงวันนี้กับ The Twilight Saga | New Moon กระแสของภาพยนต์ซีรีย์(ที่มีหลายภาค) ก็ยังคงแรงอย่างไม่มีใครหยุดลงได้ คงต้องดูว่าจะทำลายสถิติของภาตแรกได้ลง หรือ ไม่ (ก่อนหน้านี้อัลบั้มเพลงประกอบนั้นทะยานขึ้นอันดับหนึ่งของบิลบอร์ดชาร์ตไปที่เรียบร้อย)
หนังเปิดตัวด้วยคำพูดเปรียบเปรยในห้วงคำนึง ความคิดของนางเอกสาวเบลล่า ก่อนที่จะตัดเข้าสู่ภาพของเหตุการณ์สำคัญของภาคนี้ แล้วย้อนกลับเข้าสู่ปัจจุบัน สำหรับเนื้อหานั้น หลายคนที่ได้อ่านแล้วคงจะทราบว่าบทของภาค 2 นี้จะมุ่งเน้นไปที่ยยังความสัมพันธ์ของตัวละครอย่าง เบลล่า และ เจคอบ รวมถึงการเดินออกจากไปของ เอ็ดเวิร์ด ทำให้เหตุการณ์ต่างๆนั้นเกิดขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่ที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนที่ผมชอบของเรื่องนี้ คือ มุมกล้อง ที่ใช้ลักษณะของการถ่ายแบบ 360 องสาให้เห็นถึงมุมมองต่างๆ ของความเปลี่ยแปลงของบรรยากาศ และ สิ่งแว้ดล้อม อาทิเช่น ฉากที่นางเอกนั่ง และ ผ่านเฤดูกาลต่างๆตั้งแต่ ใบไม้ร่วง จนถึงฤดูหนาว หรือในฉากของท้องทุ่งที่นางเอกมาตามหาพระเอก ถึงจะมีการใช้หลายครั้งด้วยกันแต่ด้วยความหลากของเหตุการณ์ และ สถานที่ทำให้ดูไม่ซ้ำและยัดเยียดมากจนเกินไป

ในขณะที่อีกสิ่งหนึ่งซึ่งคือ จุดเด่นเมื่อภาคที่แล้ว คือ เพลงประกอบที่มีเพลงบัลลาด Flightless Bird, American Mouth ของ Iron & Wine เป็นตัวปิดเรื่องราวของภาคแรกพร้อมความประทับใจ ในขณะที่ดนตรีของภาคนี้ยังคงทำนบของเพลงจากอัลบั้มแรกอย่างครบถ้วนด้วยการเลือกวงอินดี้ และ ศิลปินอินดี้มาอย่างครบครัน แต่สิ่งที่ต่างไปจากภาคแรกคือ ไม่มีฉากที่หวานซึ้งปิดท้ายพร้อมเพลงบัลลาดขับกล่อมพร้อมภาพที่สวยงามของตัวละคร ดังนั้น ภาพและเสียงที่ดูจะเหมาะสม และ สวยงามนั้นน่าจะอยู่ที่ฉากการไล่ล่าแวมไพร์ตของเหล่ากลุ่มหมาป่าผู้พิทักษ์ ที่ใช้ลักษณะของการเคลื่อนไหวแบบสโลโมชันต์ (ออกแนวขัดแย้งกัน การไล่ล่า กับ ภาพการเคลื่อนไหวแบบช้าๆ สโลโมชันต์) โดยวางอยู่บนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเสียงร้องของ ทอม ยอร์ค (นักร้องนำเรดิโอเฮด) ในเพลง Hearing Damage ขณะที่ Posibility ของ Lykke นั้นไม่สามารถสร้างความประทับใจ(ให้กับผม)เท่าไหร่ รวมไปถึงการเพิ่มบทบาทมากขึ้นของงานดนตรีภาคบรรเลง(สกอร์) นั้นเอง (หากมีการทำอัลบั้มเพลงประกอบแบบไทยแลนด์อิดิชั่นขอแนะนำเพลง อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ของ ทาทา ยัง ไว้ในอัลบั้มเพลงประกอบภาคนี้ และ เราสามคน ของ อิทธิ พลางกูลไว้ในภาคหน้า เพราะคิดว่าเนื้อหาเพลงนัั้นคงครอบคลุมของเนื้อหาไเ้อย่างครบถ้วนแน่นอน)
สำหรับสาวก หรือ สาวๆชาวแฟนคลับของทั้ง เจคอบ หรือ เอ็ดเวิร์ด สำหรับภาคนี้โชว์หุ่นที่ฟิตมาอย่างดีหลายฉาก(จนรู้สึกน่าอึดอัดสำหรับผู้ชายหุ่นรรมดาที่นั่งดู) อีกทั้งพาไปรู้จักกับ ครอบครัว และ เพื่อนพ้องของ เจคอบ มากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ฝ่ายของครอบครัว คัลเลน นั้นจะเป็นเพียงส่วนประกอบบางๆในตอนนี้ รวมไปถึงตัวละครอื่นๆอีกด้วย เพราะ แกนหลักของการขับเคลื่อนในภาคนี้เพียงสาม คือ เบลล่า เจคอบ และ เอ็ดเวิร์ด
สำหรับผมคนที่ไม่ได้เป็นแฟน และ ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนผมให้คะแนนอยู่ที่ 3 ดาวครับ
ขอขอบคุณ

|