Review Inglourious Basterds ยุทธการเดือดเชือดนาซี
โดย :BlueMountain

Rating :

คำจำกัดความ
  





Inglourious Basterds ยุทธการเดือดเชือดนาซี
Genres:Action/Adventure, Drama, Adaptation, Politics/Religion and War
Running Time:2 hrs. 32 min.
Release Date:August 21st, 2009 (wide)
MPAA Rating:
Distributors:The Weinstein Company, Universal Pictures
U.S. Box Office:
Starring:Brad Pitt, Eli Roth, BJ Novak, Mike Myers, Michael Fassbender
Directed by:Quentin Tarantino




หลังจากครั้งที่แล้วเข็ดกับการดูภาพยนต์ตัวอย่างมาราธอนของทางยูไอพี ครั้งนี้เลยทำการบ้านมาดีด้วยการ มารับตั๋วแต่เนิ่นๆ(เลือกมางานเดียวไม่วิ่งหลายงานในช่วงเวลาต่อเนื่องกัน) จากนั้นก็ไปหาอะไรทานรองท้อง และ เตรียมผ้า และ น้ำมาเองเลย (งานนี้ขอเน้นย้ำว่าจริง) เพื่อต้องนั่งดูหนังตัวอย่างมาราธอนอีกครั้ง และปิดท้ายด้วยการเข้าชมช้าไป 15 นาทีเลยได้ชมภาพยนต์ตัวอย่าง 3 เรื่อง

หนังของเควนติน ทาแรนติโน่ ที่ผมได้ดูครั้งสุดท้ายในโรงภาพยนต์ ก็คือ FROM DUSK TILL DAWN ตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่เลยครับ +_+” ส่วนเรื่องต่อๆมาทั้ง PULP FICTION / KILL BILL VOL. 1,2 ที่เป็นเหมือนเรื่องเด่นของ เควนติน ทาแรนติโน นั้นยอมรับว่าไม่ได้ชม แม้กระทั้งทุกวันนี้ (แต่ทุกเรื่องมีดีวีดีเก็บไว้) ถึงแม้จะชื่นชอบ อูม่า เธอร์แมน นักแสดงนำขนาดไหนก็ตาม สาเหตุหลักก็คงเป็นเพราะ ช่วงหลังหนังของ เควนติน นั้้นให้ความรู้สึกหนัก เครียส (จากการติดตามอ่าน หาข้อมูล) เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องแรกในรอบหลายปีที่กลับมาดูหนังของเขาอีกที



กับข้อความที่ว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในเยอรมันที่ปกครองด้วยนาซี...” เหมือนกับการบอกนัยว่างานนี้เป็นเหมือนเทพนิยาย เรื่องเล่าของผู้กำกับ สิ่งแรกที่ต้องขอชม คือ กับความยาวของภาพยนต์ที่ยาวกว่าสองชั่วโมงครึ่งนั้น เมื่อชมแล้วให้ความรู้สึกว่าไม่นาน เหมือนเวลาผ่านไปไวมาก หรือ อาจจะเป็นการที่ภาพยนต์มีการแบ่งออกเป็นบทๆ (เว้นช่วงเป็นจอดำ แจ้งว่าเป็นบทอะไร ชื่อว่าอะไร ประมาณ 30 วิ)ซึ่งก็เป็นเหมือนกับการให้ทางคนชมได้เคลียร์และพัก โดยตัวหนังนั้นยังคงมีความแรง และ ดิบในแบบที่เป็นเหมือนกับลายเซ็นต์ของ เควนติน ไปแล้วกระจายอยู่ในหลายๆฉาก รวมไปถึงการคาดเดา ความเป็นไป และ จุดจบของตัวละครแทบจะไม่ได้เลยจะมีลมหายใจอยู่ถึงตอนไหน นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่ผมชอบอีก 2 อย่างก็คือ การออกแบบงานฉากโดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากที่งานเลี้ยงเปิดตัวภาพยนต์ที่มีการเซ็ตฉาก และ ความต่อเนื่องของการถ่ายแบบเหมือนหมุนวน 360 องศาของกล้องเลยทีเดียว และอีกสิ่งคือ งานเพลงประกอบภาพยนต์ ผมสังเกตุตั้งแต่งานเพลงประกอบของ KILL BILL แล้วว่าถึงแม้ภาพบนหนังจะเลือดสาดกระเซ็นสักเพียงใด แต่เพลงประกอบที่ เควนติน เลือกนั้นมักจะเหมือน หรือ ตรงข้ามกับอารมณ์หนังก็ตาม แต่จะมีทั้งเพลงใหม่ และ เก่าคละเคล้ากันไป สำหรับเรื่องนี้ก็เช่นกันไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะฉากที่มีการดวลกระสุนกันในห้องฉายแบบจังหวะที่สโลว์โมชั่น โดนที่ตัวละครนั้นเป็นการประทุอารมณ์ทั้งรัก เครียสแค้น ห่วงใย การหักหลัง โดยมีเพลง Un Amico (Ennio Morricone) ประกอบฉาก ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับที่เราดูภาพที่สวยภาพหนึ่งแต่มีความแรงของสีที่ขัดแย้งกัน แต่ก็เข้ากันได้ และให้ความงามแบบที่คาดไม่ถึง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องชมเควนติน และ Mary Ramos ,Music Director ที่ร่วมงานกับเควนตินมาหลายครั้งถึงความลงตัวของงานเพลงประกอบเรื่องนี้อีกครั้ง (เพลงประกอบ อินกลอเลียส บัสตาร์ด จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์ มิวสิค ประเทศไทย ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อ 18 สิงหาที่ผ่านมา)







และสำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่มีการจัดเรทภาพยนต์สำหรับผู้เข้าชม โดยเรื่องนี้อยู่ทีเหมาะกับผู้มีวัย 18 ปีขึ้นไป เมื่อเขาจัดเรทมาก็ควรที่จะทำตาม ปัญหาการเซนเซอร์แบบฉลาดๆ หรือ เหตุผลแบบปากว่าตาขยิบจะได้หมดไปจากวงการภาพยนต์บ้านเราเสียที เพราะเรื่องนี้อุดมไปด้วยเลือด และภาพของการกระทำที่รุนแรงในบางฉาก (แต่แอบบอกไว้นิดหนึ่งว่าหน้าผากของคนเรานั้นมีแค่ผิวหนัง และ ชั้นไขมันบางๆเท่านั้นเพราะถัดไปก็เป็นกระโหลก มิได้หนานุ่มอุดมด้วยไขมัน และ เลือดมาก ที่ทราบเพราะว่าเคยเอาศรีษะไปฟาดกำแพง และ ได้ฟังคำชี้แจงจากทางแพทย์มาแล้วน่ะครับ)

ขอขอบคุณ