The Classic / คนแรกของหัวใจ…คนสุดท้ายของชีวิต
โดย.........ป้าก้านกล้วย



             ผู้กำกับ KWANK Jae-yong
        นักแสดง
                Sang-min / CHO In-sung
                Joon-ha / CHO Seung-woo
                CHO Seung-woo
                Son Ye-jin



โอ้....อยากจะร้องดังๆ......ให้ใครต่อใครได้ฟัง ว่าเดี้ยนชอบหนังเรื่องนี้มากค่ะ หลังจากที่ดูหนังมาประมาณหนึ่ง แต่ก็หาเรื่องใดที่ทำให้รู้สึกเช่นนี้ได้ และทำให้ลำดับหนังในดวงใจของเดี้ยนเปลี่ยนไปในทันที่

จะให้ไม่เปลี่ยนได้ไงค่ะ ก็ตอนแรกหลังจากอ่านเอกสารจากทางนนทนันท์แล้วเกิดอาการกุมขมับ ทันที่ค่ะ โอ้....หนังนี่ประมาณนี้เลยเหรอค่ะ เกือบจะนึกว่าต้องมีวงปี่พาทย์นางหงส์ หรือ ธรณีกันแสง เล่นเป็นดนตรีประกอบหรือป่าวค่ะเนี่ย กึ่งตัดสินใจอยู่ประมาฌหนึ่งว่ายังไงดีค่ะเนี่ย.....ดูดีไม่ดูดี กลัวออกมาแล้วยาแก้ไมเกรนของเดี้ยนต้องทำงานหนักเป็นอย่างยิ่ง(ในการที่จะระงับปวดให้แก่เดี้ยน) เพราะว่าที่ผ่านมากับหนังเกาหลีเดี้ยนดูแล้วประทับใจอยู่เรื่องเดียวจนถึงบัดนี้ คือ il mare หลังจากนั้นเดี้ยนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น หนังเกาหลีที่ได้ดูแต่ล่ะเรื่องล้วนสร้างความลำบากใจ ให้แก่เดี้ยนเป็นอย่างยิ่งในการที่จะจดจำหนังเหล่านั้นในสมองน้อยๆ อ่ะแต่หน้าที่ก็เป็นหน้าที่ค่ะ ไม่ไปไม่ได้

เกริ่นกันก่อนน่ะค่ะหนังเรื่องนี้กำกับโดย กวัค แจ ยอง (KWAK Jae-young) ผู้กำกับที่ผลงานของเขาโด่งดังในบ้านเราและเอเซียอย่างมากจากเรื่อง "My Sassy Girl" โดยในครั้งนี้เขาได้พาผู้ชมไปพบกับความรักที่งดงาม และ เศร้าสร้อย เป็นอย่างยิ่งโดยมีช่วงของห่วงเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง และร้องเรียงเนื้อหาให้เป็นหนึ่งเดียวกันโดยงดงามอย่างยิ่ง

เปิดฉากแบบเรื่อยๆมาเรียง ก็ไม่ได้ประทับใจเดี้ยนมากนัก เพราะ อคติค่ะ อย่างที่บอกเหตุผลในตอนต้น แต่แล้วทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ใจเดี๋ยนเริ่มไขว่เข้วแล้วค่ะ เพราะหนุ่มๆในเรื่องล้วน...โอ๊ะขอโทษค่ะไม่ใช่ เนื้อหาที่ค่อยๆปูพื้นออกมาในแบบสร้างความประทับใจแบบน้ำซึมทราย โดยเป็นเรื่องของความรัก ระหว่าง Ji-hae และ Sang-min ที่เกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบันทันด่วนแบบเราๆ และอีกหลายครั้งที่เราจะเห็นนางเอกหลงรักพระเอก พระเอกหลงรักนางเอก แทั้งคู่ไม่กล้าที่จะบอกแก่กัน แล้วก็จะต้องมีเพื่อนของพระเอก หรือ นางเอกที่เข้ามาชอบเช่นกัน และวานให้พระเอกและนางเอกของเราช่วยเป็นสื่อกลางให้ เพื่อหวังจะฮุบพระเอก หรือ นางเอก เรื่องนี้ก็ไม่เว้นเช่นกัยค่ะ ได้แต่เก็บงำกันอยู่อย่างนั้นแหล่ะค่ะ จนกระทั้งJi - hae ต้องหลีกทางเปิดไฟเขียวให้เพื่อน แล้วตัวเองก็กลับไปอยู่คนเดียว โดยมีไดอะรี่ความรักของคุณแม่เป็นเพื่อนแก้เหงา หลังจากนั้นก็จะเป็นการเดินเรื่องทั้งในอดีตที่กล่าวถึงแม่ของ Ji-hae คือ Joo-hee ที่ประสบพบรักกับ Joon-ha แต่อุปสรรคนั้นก็มากมายจนไม่ทราบว่าผู้เขียนบทเก็บกด หรือ รังเกียจ Joon-ha มากไป หรือ เปล่าไม่ทราบเพราะว่าขนกันมาอย่างเต็มสตรีมไม่มีเบรคกันเลย แต่แน่นอนค่ะมันก็มีช่วงเวลาที่งดงามบ้างซึ่งทำให้เดี้ยนและผู้ชมอื่นๆในโรงให้อภัย โดยในส่วนของเรื่องราวต่อจากนี้นั้นจะเป็นการเดินเรื่องเพื่อที่จะเป็นการปู่ทางไปสู่ตอนจบ

แน่นอนค่ะหลังจากที่คุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อาจจะคิดว่ามันเลิศเลอเป็อร์เฟค ตรงไหน ที่ฉันควรไปดู แน่นอนค่ะ รสนิยมของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน ลางเนื้อชอบลางยาง และ เรื่องของรสนิยมสอนกันไม่ได้ สิ่งที่ประทับใจเดี้ยนเลย คือ ในเรื่องของการดำเนินเรื่องที่ถึงแม้จะเป็นการบรรจบพบกันของอดีต และ ปัจจุบัน เหมือนที่หลายๆเรื่องทำ แต่สำหรับ The Classic นั้นเป็นไปอย่างมีเหตุและมีผล ที่จะเป็นและรองรับในจุดจบของเรื่อง(แม้ว่าหลายคนตอนออกจากโรงมาบ่นกับเดี้ยนว่ารับไม่ได้ แตด้วยจรรยาบรรณของผู้ดูหนังที่ดี ที่ไม่ควรเฉลยตอนจบในที่นี้) ในส่วนของดนตรีประกอบนั้นก็งดงาม ไม่แพ้ใครเหมือนกันทั้งในส่วนของบรรเลงเปียโน และ ดนตรีร้องที่มีทั้งในยุคเก่าและใหม่ โดยเลือกได้สอดคล้องกับช่วงจังหวะของหนังอย่างไม่ขัดเขิน และไม่ดูเป็นส่วนเกิน หรือ ยัดเยียดเกินไป

แต่ถ้าจะให้ดีเดี้ยนแนะนำว่า ควรเพิ่ม 2 เพลงนี้เข้าไปด้วยน่ะค่ะ คือ " ว่าเธอจะเลือกคนที่เธอรัก หรือว่าเธอ จะเลือกคนที่เขายังรักเธอเสมอ ฉันเองอาจคร่ำครวญร้องไห้เมื่อเสียเธอ แต่อีกคนเขาคงไม่แคร์ " และ " อย่าเลยอย่าบอกให้ฉันเลือกเลย เพราะฉันไม่เคยรู้เลย ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร ขาดเธอก็เหงา ขาดเขาก็คงเสียใจ ไม่อยากจะเลือกใคร อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน " เดี้ยนไม่ได้สนับสนุนการเหยีบเรือสองแคม หรือว่า การจับปลาสองมือ เพราะว่าเดี่ยวนี้หญิงรุ่นใหม่พร้อมใจเหยีบทั้งเรือ และ จับปลา แต่ขอให้ไปดูหนังก่อนน่ะค่ะ แล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายน่ะค่ะ

ในส่วนของการถ่ายภาพ หรือ มุมกล้องนั้นก็สวยงาม โดยเฉพาะที่เดี้ยนชอบคือฉากใต้ต้นลำพู (หรือต้นอะไรไม่ทราบ ที่หิ่งห้อยชอบอยู่น่ะค่ะ) โอ้.....โรแมนติคมากๆ และที่สำคัญในมุมมมองของเดี้ยนคือ บท ค่ะ เพราะอย่างที่บอกในตอนแรกว่า หลังจากอ่านเอกสารจากทางนนทนันท์แล้วอึ้ง แต่พอมาได้ดูจริงหนังเปิดตัวแค่ สิบนาทีแรกก็ต้องมานั่งคิด นี่มันหนังตลกหรือป่าวว่ะ เพราะว่าทั้งโรงในรอบของเดี้ยนนี่ขำกันมาก จนเริ่มไม่แน่ใจ แต่ว่านี้แหล่ะค่ะคือแผนกลเม็ดอันแยบยล เพราะว่าตัวหนังนั้นจะมีการสับ หรือ เปลี่ยนจังหวะของหนังอยู่ตลอดเวลา บางครั้งกำลังซึ้งและอยากจะร้องไห้อยู่แล้ว กลับปรับอารมณ์ในทันที่กลายเป็นตลก ง่ายๆสังเกตคู่ที่นั่งมาข้างเดี้ยนก็ได้ค่ะ พอถึงช่วงหวานกันนี่มือไม้ป่ายกันเป็นหนวดตำลึง พอช่วงโศกมือใครมือมันน่ะค่ะ(คือแบบว่าเอามากุมจะร้องไห้ค่ะ อย่างคิดมาก...ไม่เอา ไม่เอา) และต้องขอบคุณผู้แปลบท (คุณธนัชชาติ หรือ ใครเดี่ยนไม่แน่ใจเพราะว่าแปลได้โดนใจมากค่ะ แบบว่าหูฟังภาษาเกาหลี ตาดูซับไตเติ้ลไทย) ที่แปลได้แบบว่าโดนมาากค่ะ "หากคุณเห็นกิ่งไม้ไหว โปรดรู้ไว้คนที่รักคุณเข้าคิดถึงคุณ" อะไรประมาณเนี้ย แหล่ะค่ะ หรือ "หากริมฝีปากของคุณยังเป็นสีชมพูโปรดรู้ไว้ คนที่รักคุณเข้าคิดถึงคุณ"

เรื่องนี้มีคติสอนใจหลายอย่างเช่น อย่างไว้ใจคนสนิทชิดเชื้อ อยากจีบใครก็อย่าริยืมจมูกคนอื่นหายใจเด็ดขาด อีกทั้งมีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว มีเพื่อนชั่วคิดผิดจนตัวตาย (อันนี้เดี้ยนด่าเพื่อนนางเอกในสมัยลูกน่ะค่ะ ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก) แล้วก็อืมม์.....หากใครคิดว่าความรักเป็นเรื่องยากส์ และ พยายามที่จะหาเหตุผลต่างๆมาเป็นข้ออ้างล่ะก็ ถามตัวเองก่อนไหมค่ะ ว่ารักเพราะอะไร และ อะไรคือสิ่งที่ต้องการจากความรัก เพราะมั่วแต่มาคิดแต่ว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ นี่เลิกพูดเถอะค่ะ หรือ ว่าฟังเพลง White Flag ของ Dido มากไปหรือป่าวค่ะ ถ้าใช่กรุณากด skip track มาที่ track 3 Life for rent น่ะค่ะ ถ้าแปลไม่ออกบอกเดี้ยนจะส่งคำแปลไปให้อ่านค่ะ นี่ไม่ได้รับอามิสสินจ้างใดๆมาเขียน เพราะว่านานๆมากแล้วที่ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ กับหนังขนาดนี้ ไม่ใช่ไม่สนับสนุนหนังไทยน่ะค่ะ เดี๋ยนก็ไปดูแฟนฉันเช่นกัน ก็ชอบน่ะค่ะ แต่มันคนล่ะอารมณ์น่ะค่ะประมาณว่า นึกย้อนถึงวันวารวัยเด็กนั่งเป่ากบกินยางกัน เล่นโป้งแปะ ลิงชิงบอลอะไรประมาณนี้ยน่ะค่ะ แต่เรื่องนี้มันจะอีกอารมณ์น่ะค่ะประมาณว่าอืมม์.....บอกไม่ถูกค่ะ เอาเป็นว่าาตอนจบปรบมือให้กันทั้งโรงเลยค่ะ (แต่คุณดูแล้วอาจไม่ชอบก็ได้น่ะค่ะอย่างที่บอกความชอบส่วนตัวไม่เหมือนกันค่ะ)

ปิดท้ายกับชื่อของหนังน่ะค่ะ "คนแรกของหัวใจ…คนสุดท้ายของชีวิต" เข้าใจก็งานนี้แหล่ะค่ะ