     |
|
 |
|
อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง ที่เข้าฉายในปี 2548 คือ หนึ่งในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลที่ แตะอันดับต้นๆของตารางบ๊อก-ออฟฟิศ เช่นเดียวกับ แฮรี่ พอตเตอร์ และ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย หาก ดิสนีย์จะจับมือกับผู้กำกับ แอนดรู อดัมสัน และ 4 นักแสดงหนุ่ม-สาว จากเกาะอังกฤษ ในบท พี่น้องตระกูล พีเวนซี่ อีกครั้งในตอนที่สองของสุดยอดผลงานของนักเขียน ซี. เอส. ลูอิส อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน เจ้าชายแคสเปี้ยน ในภาคใหม่นี้พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ได้เดินทางกลับสู่ดินแดนนาร์เนีย ที่แตกต่างจากที่พวกเขาเคยจากมาในตอนจบของตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง แม่มดขาวอาจจะตายไปแล้วแต่อัสลานก็ได้หายตัวไป และกษัตริย์ มิราซ ที่ยึดครองดินแดนแห่งมนตรานี้ด้วยความโหดร้าย จึงทำให้เหล่าสรรพสัตว์ในตำนานและสัตว์พูดได้ต้องหลบซ่อนตัว การกับมาสู่นาร์เนียครั้งนี้ก็เหมือนกับพวกเขากลับไปเรียนหนังสือในช่วงสงครามของอังกฤษ พี่น้องพีเวนซี่ต้องยืนหยัดอีกครั้งเพื่อปกป้องดินแดนนาร์เนียจากการถูกทำลายล้างและนำผู้ที่มีสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองนาร์เนียกลับมาสู้ราชบัลลังก์ ซึ่งก็คือ เจ้าชายแคสเปี้ยน นั่นเอง จากการเสาะหากว่า 3 ทวีป เบน บาร์น เด็กหนุ่มอายุ 26 ปี ก็ได้รับเลือกให้มารับบทหลักในภาคใหม่นี้และยังรวมไปถึงตอนที่สาม ผจญภัยโพ้นทะเล ซึ่งจะถ่ายทำกันในหน้าร้อนของปีนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยรับบทเล็กๆในภาพยนตร์เรื่อง สตาร์ดัสท์ มาก่อน นักแสดงสายเลือดอังกฤษคนนี้ เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีจากงานละครเวทีของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบท ดาคิน ผลงานการสร้างของโรงละครแห่งชาติ ในเรื่อง The History Boys เบนบินตรงมา ลอส แองเจิลลิส ทันทีหลังจบการแสดงในรอบวันเสาร์
|
|
|
และมันก็ยิ่งชัดเจนว่าเราพบคนที่เหมาะสมแล้ว ผู้อำนวยการสร้าง มาร์ค จอห์นสัน กล่าว เขาเหมือนดาราหนังในสมัยก่อน เขาดูดีและมาความสามารถมาก เบนได้ให้สัมภาษณ์กับเราที่ บารานดอฟ สตูดิโอ ในกรุงปราก ในช่วงใกล้จะปิดกล้องของการถ่ายทำกว่า 7 เดือน ที่พาทีมงานและนักแสดงทั้งหมดไปยังสถานที่ต่างๆในนิวซีแลนด์, โปแลนด์, สโลวาเนีย, และสาธารณรัฐ เชค
สมมติว่าคุณดูตอนแรกของนาร์เนียในฐานะของคนดู คุณจะเปรียบเทียบ ตอนเจ้าชายแคสเปี้ยน กับตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง อย่างไร?
ผมว่ามันจะมีด้านมืดมากขึ้นกว่าตอนแรกมาก เพราะว่าตัวร้ายของตอนนี้คือ กษัตริย์มิราซ ซึ่งเป็นคน เลยทำให้ดูจริงจังมากขึ้น และในภาคนี้ชาวนาร์เนียหลายคนตาย ซึ่งจะแตกต่างกับการถูกสาบเป็นหิน และกลับมาเป็นปกติทีหลัง มีฉากแอ็คชั่นมากขึ้นและฉากรบก้ดูอลังการกว่าเก่ามากครับ
คงจะมีนักแสดงหนุ่มเป็นพันๆคนที่เกลียดคุณจากการที่คุณได้บทนี้ไป คุณต้องไปคัดตัว, ประชุม, และทดสอบบทนานแค่ไหน
ผมรู้ว่าพวกเขาหาใครซักคนเพื่อบทนี้มานานมากแล้ว แต่จริงๆแล้วผมได้ไปคัดตัวเกือบจะนาทีสุดท้ายอยู่แล้ว ผมเข้าไปประชุมสั้นๆกับผู้ควบคุมการจัดหานักแสดงในลอนดอน, พบกับแอนดรู ผู้กำกับ, และผู้อำนวยการสร้าง ในสัปดาห์ต่อมาและได้ทดสอบบทในช่วงกลางวันใน ลอส แองเจิลลิส แล้วผมก็ได้บทนั้น ผมต้องไปวัดตัวสำหรับชุด 2-3 วันหลังจากนั้น มันก็ประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆตั้งแต่ต้นจนจบ
คุณเป็นยังงัยเมื่อรู้ว่าคุณได้รับบทนั้น
ผมมารู้ตอนประมาณตี 3 เพราะมันเป็นเวลาอเมริกา ผมวิ่งตะโกนไปรอบบ้านเลยล่ะ มันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกช่วงหนึ่ง
|
|
|
|
ตอนเด็กๆ คุณเคยอ่าน อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนียมั๊ย
ตอนที่ต้องไปประชุมครั้งแรกเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ผมเจอหนังสือ เจ้าชายแคสเปี้ยน บนชั้นหนังสือในบ้าน มันเป็นเล่มที่พิมพ์ตอนปี 1991 ซึ่งตอนนั้นผมแค่ 8 ขวบ แล้วผมก็จำได้ว่าพ่อผมเคยอ่านหนังสือให้ฟังแล้วก็ทำเสียงประหลาดๆไปด้วย ผมเคยดูซีรีส์นี้ของสถานี BBC ที่เอามาฉายตอนนั้น แล้วสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย หัวข้อพิเศาที่ผมเรียนก็คือวรรณกรรมสำหรับเด็ก ผมเลยค่อนข้างคุ้นเคยกับมันครับ
เห็นได้ชัดว่าคุณมีเวลาเตรียมตัวก่อนการถ่ายทำน้อยมาก คุณขี่ม้ากับฟันดาบเก่งอยู่แล้วรึเปล่า
เป็นคำถามที่แสบมาก (หัวเราะ) จริงแล้วผมไม่ค่อยได้ทำทั้งสองอย่างนั้นเท่าไหร่ พวกเขาถามผมครั้งหนึ่งตอนไปคัดตัวว่า การคุณขี่ม้าเป็นยังไงบ้าง ผมก็ตอบว่า โอ้, พอได้ครับ แล้วก็พยายามเปลี่ยนเรื่องไป หลังจากนั้นผมก็โทรหาแม่ผมถามว่า ผมเคยขี่ม้ามาก่อนรึเปล่า ? ปรากฎว่าผมเคยขี่ตอน 8 ขวบ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้จบจบ 3 อาทิตย์แรกในนิวซีแลนด์เป็นอะไรที่หนักหนาสำหรับผมมาก ต้องเรียนสตั๊น ฝึกดาบ ฝึกขี่ม้า มันเหมือนฝันเป็นจริงของเด็กผู้ชาย แต่ไม่ผมก็ค่อยเชื่อหูเท่าไหร่เวลามีชื่อ เบน กับ ม้า อยู่ในประโยคเดียวกันแล้วก็จะคอยหัวเราะเยาะเพราะผมไม่ใช่พวกเข้ากับสัตว์ได้ดี ผมก็เลยบอกไปว่า หยุดเลยแม่ ผมพูดจริงนะ ตอนนี้ผมขี่ม้าได้แล้ว
นี่คือบทบาทแรกของคุณในภาพยนตร์ระดับใหญ่ขนาดนี้ มีอะไรในขั้นตอนการสร้างทำให้คุณประหลาดใจมั๊ย
ก็มีขนาดและสัดส่วนของมัน ผมว่าตอนนี้มีคนทำงานในหนังเรื่องนี้กว่า 1000 คนแล้วนะ ซึ่งนั่นมันไม่ธรรมดาเลยสำหรับผม แต่ละฉากนี่สุดยอดมาก มีป่าขนาดใหญ่อยู่ในสตูดิโอแล้วก็ ปราสาทใหญ่เบ้อเริ่ม ครั้งแรกที่ผมเดินเข้าไปในฉากปราสาทผมอึ้งไปเลย ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปแล้วทำท่าทางเท่ห์ๆ เพราะทุกอย่างใช้ได้จริง สะพานรอก, ประตูสะพาน, และระเบียง คุณสามารถไปยืนบนยอดของหอคอยพวกนั้นได้ พวกเขาต้องเพิ่มสัดส่วนของปราสาทเข้าไปอีกด้วย คอมพิวเตอร์กราฟฟิคในช่วงตัดต่อ แอนดรูบอกผมว่าสุดท้ายมันจะใหญ่กว่าที่เห็นนี้อีก 3 เท่า
|
|
|
จากการมีประสบการณ์ละครเวทีที่ใช้ดาบไม้ กับ กะลามะพร้าวที่ใช่ทำกีบม้า รายละเอียดและความใหญ่ขนาดนี้คงเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปมาก มันทำให้งานคุณง่ายขึ้นมั๊ย
(หัวเราะ) อืมม...ถ้าคุณได้อยู่บนหลังม้าถือดาบในมือ อยู่ในลานของปราสาทใหญ่ คุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นเจ้าชายมั๊ย ในอีกแง่นึง ผมว่าการแสดงหนังเกือบจะเป็นงานที่ยากเพราะบาทีต้องคอยแล้วก็ทำอะไรที่เหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงเวลาสั้นๆเพื่อให้ได้ภาพที่แตกต่างกัน แต่ละครคุณมีเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งเพื่อเข้าถึงตัวละคร แต่แอนดรูก็ช่วยผมได้มากเลยครับ เขารู้จักโลกใบนี้กว่าใครๆ เขามีถาพหนังทั้งเรื่องอยู่ในหัว ไปจนถึงทรงผมของตัวแสดงแต่ละตัวเลยทีเดียว มันน่าทึ่งมากครับเพราะในขณะที่แอนดรูกำกับตัวประกอบกว่า 200 คนในฉากรบและกำลังปรับแสงหรือทำอะไรซักอย่างแล้วเขาก็หนังกลับมาถามผมว่า ฉากที่แล้วเข็มขัดนายลึกเข้าไปอีกรูนึงไม่ใช่หรอ ? ู
|
|
 |
|
|
|
เนื่องจากมีทีมงานและนักแสดงจำนนวนมากรวมทั้ง นักแสดงทั้ง 4 คนที่รับบทพี่น้องพีเวนซี่ เจ้าชายแคสเปี้ยน เป็นการทำงานครั้งที่ 2 ของพวกเขา คุณมาใหม่ มีใครร้ายใส่คุณบ้างมั๊ย
ผมเป็นเด็กใหม่ซิงๆเลยแหละ แต่ทุกคนก็ต้อนรับผมดีมาก ผมแน่ใจว่าเวลาที่เราอ่านสัมภาษณ์ใครบางคนที่พูดว่า พวกเราเป็นเหมือนครอบครัว เราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องน่าขำ แต่จริงๆแล้ว พวกพีเวนซี่ เป็นเหมือพี่น้องในหนังกันเลยจริงๆ พวกเขาสนิทกันมาก ดูแลและปกป้องกันและกันเสมอและมันก็วิเศษมากที่พวกเขาเต็มใจรับผมเข้ากลุ่ม
หนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่ท้าทายมากสำหรับคุณ ถึงตอนนี้อะไรที่อยากที่สุด
การสื่อสัตย์ต่อตัวละครของเจ้าชายแคสเปี้ยนถือเป็นเรื่องใหญ่ครับ เขามีการเดินทางที่ส่งผมต่อความรู้สึกของเขา สิ่งสำคัญคือเขาต้องหันหลังให้กับครอบครัวของตัวเอง รวบรวมกำลังพลเพื่อที่จะต่อสู้กับคนของเขาเอง เขาจะต้องเรียนรู้การเป็นผู้นำ ในแง่ของการฝึกฝน มีอยู่ฉากนึงในนิวซีแลนด์ที่ผมจะต้องควบม้าไปตามแม่น้ำอย่างเข้มแข็ง มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่ฝึกขี่ม้ามาแค่ 3-4 สัปดาห์อย่างผมครับ แต่ผมก็ควบม้าออกไปจนข้ามฝั่งได้ ผมคิด ทำได้แล้ว แล้วแอนดรูก็พูดว่า เยี่ยมมาก เพียงแต่ว่านายกัดฟันตลอดทางที่ข้ามแม่น้ำเลย เอาใหม่อีกทีละกัน
หลังจากถ่าย เจ้าชายแคสเปี้ยน จบ คุณก็ต้องถ่ายตอนต่อไปของนาร์เนีย ผจญภัยโพ้นทะเล เลย คุณบอกอะไรเกี่ยวกับตอนใหม่นี้ได้บ้าง
ผมยังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน ผมรู้แค่ว่า ไมเคิล เอปท์ จะมากำกับ และมันจะถ่ายทำในเรือทั้งหมดมันคงเป็นประสบการณ์ใหม่ในการถ่ายทำ เช่น การดิ่งจากที่สูง หรือบางอย่างที่ผมจะต้องเริ่มเรียน ใครจะรู้
|
|
|
ความสนใจที่คุณจะได้รับหลังจากหนังเรื่องนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณก็เป็นได้ คุณกังวลใจหรือตื่นเต้นบ้างมั๊ย
นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้คิดเลย ตอนนี้ผมแค่ตั้งใจกับการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้และความท้าทายต่างๆเกี่ยวกับมัน แต่ก็เหมือนนักแสดงวัยรุ่นทั่วไปแหละครับผมเคยว่างกว่า 4-6 เดือน โดยไม่มีงานแสดง ผมเลยคิดว่าผมโชคดีมากที่ยังได้ทำงาน ถึงแม้จะเป็นดาราดังๆ เวลาคุณได้อ่านชีวประวัติของพวกเขา มันก็จะมีช่วงที่ทุกคนต้องข้นแค้นลำเค็ญเหมือนกัน ในชีวิตผม การที่ได้ทำงานเป็นนักแสดง ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากครับ
|
|
|
ข้อมูลโดย
|
|
|
|
|
|